เส้นไม่ตรง

 

Success101

ในจังหวะแต่ละจังหวะของชีวิต เราก็จะมีตำแหน่ง, หน้าที่, การงานเป็นเหมือนแทก (tag) ติดตัวที่คนที่เจอเราก็จะรู้ก่อน และก็จะมีคนกลุ่มที่สรุปเอาเองว่าชีวิตทั้งหมดที่ผ่านมาของเรามันเป็นอย่างไรจากแทกนี้ซึ่งต้องมีถูกบ้างผิดบ้าง อย่างผมในปัจจุบันคนก็จะรู้จักว่าเรียนปริญญาเอกฟิสิกส์อยู่ในอเมริกา บางคนก็จะคิดว่าผมชอบ ผมเก่งฟิสิกส์มาตลอดหรือพาลคิดต่อไปว่าไม่ได้มีความสนใจที่ “ตรงข้าม” กันเลย แล้วแต่เขาจะคิดว่าอะไรตรงข้ามกับฟิสิกส์ แต่จุดประสงค์ของโพสท์นี้ไม่ใช่เพื่อคนที่ถูกตัดสิน แต่เพื่อคนที่คิดว่าจะต้องตัดสินอนาคตของตัวเองในตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ บางคนก็อาจจะมีธงในใจของตัวเองอยู่แล้วว่าถ้าตัวเองเป็นแบบนั้นแบบนี้ ในอนาคตจะต้องเรียนหรือทำงานแบบนั้นแบบนี้ ทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง:

  1. เราไม่สามารถรู้ได้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร อันนี้จริงเสมอ
  2. เราไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เมื่อเรายังมีประสบการณ์ไม่พอ มองเห็นโลกได้ยังไม่เต็มที่

เพื่อเป็นตัวอย่าง ต่อไปนี้เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวผมเอง [1]

  • ผมจบปริญญาตรีฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์(บริสุทธิ์) จาก University of Oregon ด้วย summa cum laude ประมาณได้กับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และกำลังเรียนฟิสิกส์ระดับปริญญาเอกอยู่ที่ University of New Mexico ทำวิจัยด้าน quantum information

จะจินตนาการได้หรือไม่ว่าผมมีความชอบความถนัดอะไร? ชีวิตผมในโรงเรียนเป็นอย่างไร? ถ้าได้ก็ลองนึกดูก่อนจะอ่านข้อเท็จจริงต่อไปนะครับ

  • ตอนมัธยมปลายผมเรียนในไทย ซึ่งวิชาทั่วไปก็ไม่ได้เรียนแย่ แต่จะมีฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์นี่แหละที่สอบแต่ละทีคะแนนก็มักจะปริ่มๆ ตกบ้างไม่ตกบ้างประจำ โดยเฉพาะฟิสิกส์ ม.5 ตอนนั้นไม่รู้เรื่องและไม่ชอบก็เลยทิ้งไปเลย ทำให้ตกทั้งวิชาต้องมาซ่อมกันทีหลัง

ชีวิตของผมในความคิดของคุณถูกเปลี่ยนไปอย่างไร?

  • ตั้งแต่ ม.ต้นตอนท้ายๆผมก็เริ่มชอบพันธุศาสตร์ ตอน ม.ปลายก็ใช้เวลายุ่งอยู่กับชีววิทยาพอสมควร เคยได้เหรียญชีววิทยาโอลิมปิกระดับชาติด้วย (Thailand Biology Olympiad)

คราวนี้สามารถจินตนาการได้ไหมว่าระหว่าง ม.ปลายกับปริญญาตรีฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์เกิดอะไรขึ้น

  • เมื่อไปเจอบล็อกที่สังเกตว่าคนที่ชอบคิดวิเคราะห์และเปิดรับอะไรใหม่ๆสูงก็จะชอบหลายๆอย่างคล้ายๆกันด้วย ผมก็ว่ามันคล้ายกับตัวผมมาก โดยเฉพาะตรงที่ว่ามีความสนใจเกี่ยวกับการรับรู้ (perception), ภาษา, ความคิด เช่น สนใจคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์), ประสาทวิทยา (neuroscience), วิปัสสนา (เขาใช้คำว่า meditation) จะเห็นได้ว่าไม่มีวิทยาศาสตร์กายภาพอย่างเคมีหรือฟิสิกส์อยู่เลย! แต่ก็ยังคิดว่ามันตรงอยู่
  • หนังสือโปรดของผมเลยในปัจจุบันมีสามเล่มคือ Gödel, Escher, Bach (1979), Darwin’s Dangerous Idea (1995) และ Quantum Computing Since Democritus (2013) ทั้งสามเล่มเป็นปรัชญาปนตรรกะและวิทยาศาสตร์ ความหมาย, ความเข้าใจ, จิต, อัลกอริธึม และความเป็นไปได้ของปัญญาประดิษฐ์เป็นหัวข้อร่วมที่ปรากฎในทั้งสามเล่ม
  • วิปัสสนาก็ทำให้ผมทึ่งว่าเราสามารถทำความรู้จักจิตของเราได้ขนาดนี้ หรือไม่ก็ทึ่งที่ในชีวิตปกติเรารู้จักจิตของเราเองเพียงแค่น้อยนิดมาก โปรแกรมปลีกวิเวก (retreat) ที่สวนโมกขพลารามนอกจากจะทำให้นิสัย (habit), การมองโลกและวิธีคิดเปลี่ยนในระดับที่ไม่เคยเปลี่ยนมาก่อนแล้วยังเปลี่ยนอย่างฉับพลันภายในเวลาไม่กี่วัน

มาถึงจุดนี้ผมในความคิดของคุณนั้นชอบอะไร? คุณได้มุมมองอะไรเกี่ยวกับตัวคุณหรือความชอบของคุณบ้างไหม?

ว่าแต่ว่าท้ายที่สุดแล้วผมชอบอะไรล่ะ? ผมคิดว่าตอนนี้ผมมีคำตอบอยู่บ้าง แต่นั่นไว้เป็นเรื่องของโพสท์ในวันหน้า


[1] ที่ยกตัวอย่างตัวเองก็เพราะรู้ดีที่สุด แต่คนอื่นๆมากมายก็มีเส้นทางชีวิตที่ดูไม่ตรงนี้ อย่างถ้าจะให้หยิบยกตัวอย่างสุดโต่งจากคนใกล้ตัว ผมมีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่งที่มีสองปริญญาตรีเหมือนกันแต่เป็นวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และการแสดงเปียโน ซึ่งในปัจจุบันทำวิจัย quantum information อยู่กับผมเนี่ย หรือเพื่อนคนไทยที่ตอน ม.ปลายเขาได้เหรียญดาราศาสตร์โอลิมปิกระดับโลกในปีแรกที่ประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในวิชาดาราศาสตร์ เรียนฟิสิกส์เก่งมากไปจนถึงโทที่ Utrecht University เสร็จแล้วก็ทิ้งทุนกลับมาบวช หลังจากสึกก็ไปผจญอันตรายหาความจริงที่อินเดีย ตอนนี้ทำเวบไซท์การศึกษาอยู่