จดหมายเหตุ 2015-6

coogeegroup2016_cropped

จะพูดถึงเรื่องที่ทำในปี 2016 ต้องย้อนไป 2015 หน่อย ปีนั้นได้ตีพิมพ์สองงาน ต้นปีกับปลายปี

ปี 2016 ไม่ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการแต่แปล Quantum Physics for Babies ของ Chris Ferrie เป็นภาษาไทยและแจกให้โหลดฟรี (มีลิขสิทธิ์ห้ามเอาไปทำการค้านะ)

สองปีนี้เหมือนกันตรงที่ไม่ต้องทำงาน TA (ช่วยสอน) แล้ว ปกตินักเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกาจะได้เงินเดือนช่วงปีแรกๆจาก TA พอเข้ากลุ่มวิจัยก็จะได้เงิน RA (ช่วยวิจัย) แทน แต่กลุ่มของเราตอนนั้นขัดสนหน่อยเลยต้องทำ TA ต่ออีกหลายปี พอไม่ต้องทำ TA ก็ทำให้ทำอะไรตามใจชอบนอกเหนือจากงานวิจัยได้ เราได้ใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับ

  • แมนิโฟลด์และเรขาคณิตเชิงอนุพันธ์ [Lee] (Winter’15)
  • ความซับซ้อนเชิงการคำนวณ [Arora & Barak, Watrous] (Summer’15)
  • ปริภูมิเฟสแบบไม่ต่อเนื่อง (discrete phase spaces) กับนักเรียนในกลุ่มของ Stephen Bartlett ที่ซิดนีย์ (Fall’15)
  • Matrix product states [Bridgeman & Chubb] จากผู้เขียนทั้งสองตอนอยู่ซิดนีย์ (Winter’16)

สามเรื่องหลังอาจจะดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่จริงๆแล้วเกี่ยวกับคำถามที่ว่าทฤษฎีควอนตัมกับทฤษฎีดั้งเดิมต่างกันอย่างไรจากมุมมองของการจำลอง (simulation)

ความรู้เรื่องแมนิโฟลด์และเรขาคณิตเชิงอนุพันธ์เอามาต่อยอดในปี 2016

  • ลีกรุ๊ป [Kirillov Jr.] (Summer’16)
  • ทฤษฎีสนามควอนตัม [Peskin & Schroeder, Maggiore] (Fall’16)
  • ทฤษฎีสนามควอนตัมเชิงโทโปโลยี (topology) ของ Chern-Simons และอนุภาคเอนิออน (anyons) [Baez & MuniainPachos] (Fall’16)

เรื่องแรกเอามาใช้ทำงานวิจัย (ได้ถามคำถามบน MathOverflow ด้วย) เรื่องสุดท้ายเขียนเป็นโปรเจกต์จบวิชาทฤษฎีสนามควอนตัม (อยู่บน GitHub ถ้าอยากอ่าน) พบว่าเทนเซอร์ (จากวิชาแมนิโฟลด์กับสัมพัทธภาพทั่วไป) กับกรุ๊ปทำให้ทฤษฎีสนามควอนตัมรู้เรื่องมากขึ้น หนังสือของ Baez ก็สรุปเรื่องแมนิโฟลด์และเรขาคณิตอนุพันธ์ได้ดี

เราเริ่ม meditate ให้ได้อย่างน้อย 5 นาทีเกือบทุกวัน ทำตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นปีได้ประมาณ 130 วัน เคยเขียนประสบการณ์สั้นๆไว้บนเฟซบุ๊ค

เริ่มพยายาม meditate ทุกวันวันละ 5-15 นาทีตั้งแต่เดือนที่แล้ว (ส.ค.) ถ้าไม่นับที่ขาดไป 4 วัน เมื่อวาน (วันศุกร์) เป็นวันที่ 50 พอดี (เราขอใช้คำว่า “นั่งสมาธิ” หรือสั้นๆว่า “นั่ง” แทน meditate ซึ่งไม่จำเป็นต้องนั่ง และไม่จำเป็นต้องเป็นสมาธิ (meditation จากคอร์สของ University of Virginia ที่เราเรียนผ่าน Coursera มี mindfulness (สติ), concentration (สมาธิ) และ insight (ญาณ) meditation) ส่วนตัวเราเดินบ้าง อานาปานสติ(ใช้ลมหายใจ)บ้าง แต่ทุกวันต้องมีอานาปานสติ)

ข้อคิด – การทำให้ meditation เป็นนิสัย (habit) เหมือนจะย้อนแย้ง เพราะนิสัยเป็นสิ่งที่ทำโดยอัตโนมัติไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นกลไกทางชีววิทยาเพื่อลดพลังงานที่ต้องให้กับสิ่งที่ทำซ้ำๆ หรือคิดซ้ำๆ ขอแค่ให้มี cue (สัญญาณ), routine (กิจวัตรซ้ำๆ) และ reward (รางวัล) ในขณะที่ meditation ประเภท mindfulness มีการรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเป็นเป้าหมาย และการเลิกนิสัย(ทางความคิด การเผชิญปัญหา)เป็นประโยชน์สูงสุดที่เราได้จากการนั่งสมาธิ แต่ในชีวิตยุ่งๆ เรารู้สึกว่าการกังวลว่าจะต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ไม่ได้นั่งมากกว่า ถ้ามีอะไรมาสะกิดให้นั่งก็นั่งไปเลย ไม่ต้องคิด แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งได้ดีหรือไม่ดี (เรื่องที่ใครๆก็รู้แต่ก็ไม่เสียหายที่จะเตือนตัวเองเป็นบางครั้งบางคราว: “ทำ”ไม่เท่ากับ”ทำได้ดี” แต่ถ้าไม่ทำเมื่อคิดว่าจะทำได้ไม่ดี มักจะจบที่ว่าไม่ได้ทำ ก็เลยไม่มีโอกาสทำได้ดี) จะอาศัย piggyback เกาะนิสัยอื่นไปด้วยก็ได้ เช่นช่วงหลังๆเราดื่มกาแฟแล้วก็นั่งต่อ (เหมือนพระจีนหรือญี่ปุ่นที่ดื่มชา อันนี้จำมาจาก Kyousou Giga ตอน 5.5)

– เดินหรือหายใจ อาจจะไม่ต้องไปบังคับมัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำเพื่อให้รู้ตัวเมื่อสติหรือสมาธิหลุดคือแบ่งการเดินหรือหายใจเป็นขั้นๆ (discretize สำหรับนักฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์) เมื่อรู้ตัวว่าสติหลุดก็หยุด ดึงสติกลับมา แล้วค่อยทำต่อ ไม่งั้นมันจะหลุดนาน ผลข้างเคียงก็ทำให้เดินช้า,หายใจช้าในตอนทำสมาธิ ซึ่งก็ไม่จำเป็น แต่ก็ relax ดี

– ถ้าทำได้ สมาธิ “เข้าล็อค” จิตก็จะอยู่ในภาวะสงบนิ่ง การฝึกให้มีสมาธิในแบบนี้ไม่เชิงเหมือนกับการมีสมาธิในการเล่นหรือการทำงาน การมีสมาธิในแบบนี้ attention จะไปอยู่กับ attention ไม่ใช่วัตถุของ attention สิ่งเร้าต่างๆจะดึงความสนใจเราไปนู่นไปนี่ไม่ค่อยได้ถึงแม้จะยังรับรู้สิ่งเร้าได้ (ภาพ เสียง ความคิด ฯลฯ) ไม่เหมือนกับเกมหรือโจทย์ที่จะมา hijack ดึงความสนใจทั้งหมดไปให้สิ่งเร้าอย่างเดียว (Nerd Sniping, ตัวอย่างจริงของนักฟิสิกส์คือ Niels Bohr)

– ตอนนี้ยังไม่ได้เน้นเรื่อง insight มาก อาศัยนึกถึงสมัยอยู่สวนโมกข์เอา (แต่อย่างที่บอก insight ในกระบวนการความคิดของตัวเราเองเป็นประโยชน์สูงสุดที่เราได้จากการนั่งสมาธิ) สำหรับเรา meditation จะเป็นการฝึกจิตที่ดีขึ้นเมื่อมีความไม่สบายเล็กน้อยมารบกวน แต่ก่อนตอนเพิ่งกลับจาก retreat สวนโมกข์ใหม่ๆ ที่ไปได้ประสบการณ์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกมา คือจิตนิ่งมาก นิ่งนาน นั่งได้เป็นชั่วโมงๆ เป็นปัญหาตรงข้าม (ที่ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นปัญหา) คือดูจิตไม่ได้ ไม่มีอะไรดู

นอกนั้นก็ส่งภาพทศกัณฑ์ให้จ่าพิชิตเอาฮา

tossa_resize
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s